Home > Car > News Update Car > ดูคาติเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในงาน Motor Show 2020

ดูคาติเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในงาน Motor Show 2020

///
Comments are Off

ดูคาติไทยแลนด์เปิดตัวบิ๊กไบค์ระดับพรีเมียมที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เผยโฉม 2 รุ่นใหม่ ทั้ง New Panigale V4 (พานิกาเล่ วีโฟร์ ใหม่ เวอร์ชั่นปี 2020) และ Scrambler 1100 Pro (สแครมเบลอร์ หนึ่งพันหนึ่งร้อย โปร) พร้อมเผยสีใหม่ Diavel 1260 S ในงานมอเตอร์โชว์ 2020

สมรรถ รอบบรรเจิด_2

สมรรถ รอบบรรเจิด กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด หรือ ดูคาติไทยแลนด์ กล่าวถึงไฮไลท์ในการเข้าร่วมงาน Motor Show 2020 ว่า “สำหรับงาน Motor Show 2020 ในปีนี้ ดูคาติไทยแลนด์ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยการนำรถดูคาติที่ได้มีการคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองการใช้งานทางด้านการขับขี่ทั้งในสนามแข่งขันและการใช้งานบนท้องถนนอย่าง New Panigale V4 (พานิกาเล่ วีโฟร์ ใหม่ เวอร์ชั่นปี 2020) และรถที่ขี่สนุก โดดเด่นด้วยดีไซน์ใหม่ พร้อมให้คุณใช้เทคโนโลยีในการขับขี่ได้อย่างเต็มที่ กับ Scrambler 1100 Pro (สแครมเบลอร์ หนึ่งพันหนึ่งร้อย โปร) นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถดูคาติในงาน ทั้งการผ่อนดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 72 เดือน และฟรีดาวน์ 15% ที่งาน Motor Show 2020 ตั้งแต่วันนี้-26 กรกฎาคม 2563 ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี”

สำหรับรถดูคาติรุ่นใหม่ที่นำมาเปิดตัวในงาน Motor Show 2020 มีดังนี้

Panigale V4 S MY 2020_1

Ducati Panigale V4 MY 2020

พานิกาเล่ วีโฟร์ ใหม่ เวอร์ชั่นปี 2020 ได้มีการพัฒนาประสิทธิภาพอย่างไม่หยุดยั้ง ยกระดับความเป็นมืออาชีพในสนามแข่ง ทำให้รถ Panigale V4 MY 2020 เป็นรถที่ง่ายต่อการควบคุม และสามารถทำเวลาได้เร็วขึ้นทั้งในสนามแข่งและการใช้งานบนท้องถนน

เครื่องยนต์ Desmosedici Stradale ถูกวางทำมุมในตำแหน่ง 90 องศา เช่นเดียวกับเทคโนโลยีที่ใช้ในรถ Ducati ใน MotoGP ความจุกระบอกสูบ 1,103 ซีซี โดยมีระบบ Desmodromic Timing, Counter-rotating Crankshaff ที่หมุนตรงกันข้ามกับเครื่องยนต์ทั่วไป เพื่อลดผลกระทบจากแรงเหวี่ยงของล้อ และ “Twin Pulse” fingle order การจุดระเบิด 2 ครั้งในการหมุน 90 องศา และด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้ ส่งผลให้เครื่องยนต์ Desmosedici Stradale มีพละกำลังอยู่ที่ 214 แรงม้า ที่ 13,000 รอบต่อนาที และเรียกแรงบิดสูงสุดได้ที่ 124 นิวตันเมตร ที่ 10,000 รอบต่อนาที และมาพร้อมกับล้อ Marchesini

Panigale V4 S MY 2020_3

ทางทีม Ducati และ Ducati Corse ได้ร่วมกันพัฒนารถโดยใช้ข้อมูลจากผู้ใช้รถ Ducati ทั้งการใช้งานบนท้องถนนทั่วไป และจากการแข่งขัน World Superbike จึงปรับเฟรมหน้าให้มีความแข็งแรงและมีการยืดหยุ่นที่ดี ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ต่างจาก Panigale V4 เวอร์ชั่นที่แล้ว ที่เฟรมหน้าและระบบช่วงล่างที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูงขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดขององศาการเอียงรถในขณะเข้าโค้งเช่นเดียวกันกับ V4 R ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าโค้งได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น สำหรับ V4 ตัวมาตรฐานจะใช้ช็อคอับหน้า Showa ขนาดลูกสูบ 43 มิลลิเมตร และกันสะบัดจาก Sachs พร้อมทั้งช็อคอับหลัง Sachs โดยทั้งด้านหน้าและด้านหลัง สามารถปรับระดับแรงกดสปริง, ความแข็งและความหนืดได้เช่นเดียวกัน และในเวอร์ชั่น S จะมีระบบช่วงล่างปรับอิเล็กทรอนิกส์ Ohlins NIX-30 สำหรับช็อคอับหน้า, กันสะบัดปรับไฟฟ้า Ohlins และช็อคอับ Ohlins TTX 36 ปรับไฟฟ้าเช่นกัน ทั้งหมดทำงานร่วมกับระบบ IMU ( Initial Measurement Unit ) 6 แกน จึงทำให้ Ducati Panigale V4 เวอร์ชั่นนี้ สามารถควบคุมได้ง่ายขึ้นและมีการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม  โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ใน Panigale V4 เวอร์ชั่นปี 2020 เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่มีอยู่ใน Panigale V4 R ซึ่ง Ducati ได้ทำการพัฒนาระบบอากาศพลศาสตร์บนตัวรถ มีการคำนวณแรงกดอากาศในอุโมงค์ลมโดยใช้ระบบ preliminary CFD บนคอมพิวเตอร์ในการทดสอบและออกแบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการยึดเกาะถนนและเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ โดยพัฒนา New Aerodynamic package ใหม่ดังนี้

-แฟริ่งด้านข้างที่กว้างขึ้นและชิลด์หน้าใหม่ที่กว้างและสูงขึ้น เพื่อลดแรงลมที่มาปะทะกับผู้ขับขี่

-ช่องอากาศที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มการไหลเวียนของอากาศผ่านระบบระบายความร้อนและออยล์คูลเลอร์ ถึง 6% หรือ 16% ตามความเร็วของรถ

-Aerofoils หรือ Winglets บริเวณด้านหน้า เมื่อทำงานร่วมกับอากาศพลศาสตร์ของชุดแฟริ่ง จะมีแรงกดอากาศที่ล้อหน้าเพิ่มขึ้นถึง 30 กก.ที่ความเร็ว 270 กม./ชม.

Panigale V4 S MY 2020_2

ทั้งนี้ สามารถเพิ่มสมรรถนะของ Panigale V4 MY 2020 ด้วยท่อไอเสีย Akrapovic racing exhaust system ซึ่งจะทำให้น้ำหนักรถโดยรวมลดลงถึง 6 กิโลกรัม และแรงม้าเพิ่มขึ้น 6% เป็น 226 แรงม้า ซึ่งจะทำให้อัตราส่วน แรงม้าต่อน้ำหนักรถอยู่ที่ 1.19 แรงม้าต่อ 1 กิโลกรัม สำหรับราคา Panigale V4 เวอร์ชั่น Standard อยู่ที่ 999,000 บาท และ Panigale V4 เวอร์ชั่น S อยู่ที่ 1,249,000 บาท เริ่มส่งมอบเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

Ducati Scrambler 1100 Pro

Scrambler 1100 Sport Pro_1

ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1,079 ซีซี 86 แรงม้า มาพร้อมระบบสมองกล ECU M4C โดย Continental และระบบเซ็นเซอร์ใหม่ “lambda sensor” รวมถึง “Map sensors” ที่ใช้ใน Panigale V4 ที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น ระบบเเทรคชั่นคอนโทรลที่จะช่วยควบคุมการสไลด์ของตัวรถในขณะเจอสภาพถนนที่เปียกลื่น หรือแม้กระทั่งขณะเพลิดเพลินอยู่ในโค้งแล้วเผลอใช้คันเร่งแรงเกินไป โดยเมื่อรถมีอาการล้อหลังเริ่มหมุนเร็วกว่าล้อหน้า ตัวรถจะตัดกำลังของเครื่องยนต์ลงเพื่อรักษาอาการรถไม่ให้เสียอาการเนื่องจากล้อหลังสไลด์ หรือแม้กระทั่งการใช้เบรกอย่างเต็มน้ำหนักขณะรถเอียงอยู่ในโค้ง ระบบ Cornering ABS ก็จะช่วยไม่ให้รถลื่นไถลจากการใช้เบรกในโค้ง ควบคุมด้วยระบบล่าสุด “IMU แบบ 6 แกน” นอกจากนี้ ยังสามารถปรับเปลี่ยน Riding Modes ได้ 3 รูปแบบ ทั้ง Active, Journey และ City ช่วยเพิ่มความมั่นใจและตอบโจทย์ได้ทุกการเดินทาง

Scrambler 1100 Sport Pro_2

สำหรับ Scrambler 1100 PRO มีดีไซน์สีทูโทน“Ocean Drive” ผนวกเข้ากับเฟรมสีดำและซับเฟรมหลังอลูมิเนียม มาพร้อมกับท่อไอเสียทรงใหม่ดีไซน์ออกคู่ด้านข้าง และการ์ดบังโคลนหลังที่ยึดป้ายทะเบียนด้านล่าง รวมถึงชุดโคมไฟหน้าแบบ “X-shape” อันเป็นเอกลักษณ์ ส่วน Scrambler 1100 Sport PRO มีการออกแบบที่เพิ่มเติมในหลายจุด โดยสะท้อนบุคลิกที่ดูสปอร์ตและความเป็นอิสระบนท้องถนนอย่างชัดเจน ด้วยสีดำด้านดุดัน และแฮนด์เดิลบาร์ทรงต่ำ รับกันกับกระจกส่องหลังสไตล์ “café racer” มาพร้อมกับช่วงล่างที่ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมจากช็อคอับระดับโลกอย่าง Öhlins ทั้งด้านหน้าและหลัง ตอกย้ำความเป็นรถสปอร์ตได้อย่างชัดเจน โดยราคาของ Ducati Scrambler 1100 PRO อยู่ที่ 579,000 บาท และราคา Ducati Scrambler 1100 Sport PRO อยู่ที่ 659,000 บาท เริ่มส่งมอบเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

Ducati Diavel 1260 S

Diavel 1260 S Ducati Red_2

การผสมผสานระหว่างเอกลักษณ์ของรถ Diavel และเครื่องยนต์ Testastretta DVT 1260 (เทสตาสเทรทต้า ดีวีที หนึ่งสองหกศูนย์) ที่มีวาล์วเดสโมโดรมิกแบบแปรผัน ทำให้การตอบสนองของคันเร่งมีความนุ่มนวลสูงสุดในรอบต่ำ และให้อารมณ์การขับขี่แบบสปอร์ตในรอบสูง ทำให้การขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูงหรือการเข้าโค้ง มีความปลอดภัยจากเทคโนโลยีอันทันสมัย ทำให้ Ducati Diavel ใหม่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์อันโดดเด่นและสุนทรียภาพในการขับขี่ไว้ได้อย่างลงตัว สำหรับราคา Diavel 1260 S สีแดง (Ducati Red) ใหม่ อยู่ที่ 999,000 บาท เริ่มส่งมอบเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

 

You may also like
จุดกำเนิดของ “เคอนิกเส็กก์” ไฮเปอร์คาร์ระดับโลกสัญชาติสวีเดน
เวสป้าเผยโฉม (VESPA PRIMAVERA) RED จับมือ 4 ดีไซเนอร์ไทย แมทช์ลุคเพื่อเสนอความเป็นตัวตน
หัวเว่ยส่ง HUAWEI MateBook 14 แล็ปท็อปตัวแรง พร้อม HUAWEI MatePad T 10 Series แท็บเล็ตสายแฟมิลี่ ภาพและเสียงเสมือนจริง
นิสสัน เปิดตัว อริยะ เอสยูวีครอสโอเวอร์ไฟฟ้า 100%