Home > Car > นิสสัน “Go Anywhere” ลุยได้ทุกที่ พิสูจน์สมรรถนะ นิสสัน เทอร์ร่า นาวารา และ เอ็กซ์เทรล บุกป่าฝ่าเขาตะลุยรอบประเทศมาเลเซียระยะทางกว่า 2,000 กม.

นิสสัน “Go Anywhere” ลุยได้ทุกที่ พิสูจน์สมรรถนะ นิสสัน เทอร์ร่า นาวารา และ เอ็กซ์เทรล บุกป่าฝ่าเขาตะลุยรอบประเทศมาเลเซียระยะทางกว่า 2,000 กม.

///
Comments are Off

นิสสัน ประเทศไทย พร้อมสื่อมวลชน 78 คนจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมผจญภัย เป็นเวลา 8 วัน 7 คืน สัมผัสสมรรถนะที่แท้จริง ความสะดวกสบายในการเดินทาง และเทคโนโลยีอัจฉริยะของรถยนต์นิสสันทั้ง 3 รุ่น ที่ผลิตจากประเทศไทย

544A8370

คุณปีเตอร์ แกลลี รองประธาน สายงานสื่อสารองค์กร นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย

คุณปีเตอร์ แกลลี รองประธาน สายงานสื่อสารองค์กร นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย

ภายใต้ธีม “Go Anywhere” หรือ “ลุยได้ทุกที่” ของนิสสัน ผ่านภูมิประเทศที่หลากหลายของมาเลเซีย ที่จัดขึ้นเพื่อทดสอบรถยนต์นิสสันที่ผลิตขึ้นจากฐานการผลิตในประเทศไทย โดยเส้นทางรอบประเทศมาเลเซียเพื่อพิสูจน์สมรรถนะ ความสะดวกสบายในการขับขี่ และเทคโนโลยีอัจฉริยะจากการใช้งานจริง ของนิสสัน เทอร์ร่า นิสสัน นาวารา และนิสสัน เอ็กซ์เทรล สภาพเส้นทางที่ผสมผสานถนนลาดยาง ถนนโค้งบนภูเขา หรือการผจญภัยแบบออฟโรด พร้อมสัมผัสกับศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิต และความเป็นอยู่ของประเทศมาเลเซีย เรียกได้ว่าลุยกันแบบจริงๆ บนเส้นทางสุดหฤโหด

Retouch_031

544A8710

“Go Anywhere” ณ ประเทศมาเลเซีย เริ่มต้นด้วยการขับรถบนทางหลวงจากอำเภอหาดใหญ่ ไปยังชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ด่านสะเดา หลังจากนั้นคาราวานได้เดินทางเข้าสู่รัฐเกอดะฮ์ (Kedah) ประเทศมาเลเซีย ก่อนเดินทางไปยังภูเขาเจไร (Mount Jerai) ปราสาทเคลลี (Kellie’s Castle) และกรุงกัวลาลัมเปอร์ ขณะที่กลุ่มที่สองขับจากกัวลาลัมเปอร์ไปยังเมืองกวนตัน (Kuantan) ผ่านเมืองปุตราจายา (Putrajaya) และเมืองมะละกา (Malacca) ในขณะที่กลุ่มสุดท้ายเดินทางจากกวนตันผ่านเมืองกัวลาตรังกานู (Kuala Terengganu) ไปยังรัฐปีนัง (Penang) ก่อนที่จะข้ามชายแดนด่านสะเดากลับสู่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

544A8961-horz

88076921_10212604254220965_7499917307259387904_o

สำหรับ Menaddiction ถือเป็นคณะสื่อมวลชนกลุ่มที่สามของทริปการเดินทาง รับช่วงต่อจากกลุ่มที่สองที่เดินทางมาจากกัวลาลัมเปอร์ ไปจบที่เมืองกวนตัน ระยะทางกว่า 650 กิโลเมตร เพื่อส่งต่อประสบการณ์ผจญในแบบ Go Anywhere ในกับกลุ่มที่สาม ที่เริ่มต้นการเดินทางจากเมืองกวนตัน สู่จุดหมายปลายทางประเทศไทยที่ด่านพรมแดนสะเดา จังหวัดสงขลา ระยะทาง 1,043 กิโลเมตร

544A8401

88064077_10212604261981159_903240628895219712_o

โดยการเดินทางรอบประเทศมาเลเซียมีสื่อมวลชนหลากหลายด้าน อาทิ ยานยนต์และไลฟ์สไตล์ร่วมผจญภัยใน 3 กลุ่ม ขับรถยนต์นิสสันไปตามเส้นทางที่หลากหลาย พิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์แต่ละรุ่น ไปตามจุดหมายปลายทางที่น่าตื่นเต้นเร้าใจสำหรับการเดินทางที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เส้นทาง และสภาพการขับขี่ที่มีเอกลักษณ์ตามลักษณะภูมิประเทศ การจราจรเป็นแบบพวงมาลัยขวาและขับรถชิดทางด้านซ้ายเช่นเดียวกับประเทศไทย เขตเมืองสำคัญมีการจราจรหนาแน่นในช่วงเช้าและบ่าย การเดินทางรอบประเทศมาเลเซียจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก

544A8961-horz

Retouch_049

รถยนต์นิสสันทั้งสามรุ่นนี้ได้มอบการขับขี่ที่ปลอดภัยตลอดการเดินทางบนสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย รวมถึงการใช้ความเร็วบนถนนลาดยาง แสดงความสามารถในการยึดเกาะถนนบนทางโค้งที่แคบ และความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรด แสดงสมรรถะที่แท้จริงจากอัตราเร่งที่ดีของเครื่องยนต์ในรถยนต์แต่ละรุ่นให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการควบคุมรถผ่านอุปสรรคต่างๆ อย่างนุ่มนวล พิสูจน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบบนเส้นทางที่ท้าทายโดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนที่ขรุขระธุรกันดาร

Retouch_057

986A2684

Day 1 : การเดินทางวันที่แรกเริ่มต้นที่นัดหมายคณะสื่อมวลชนกลุ่มที่สามที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนที่จะเดินทางโดยสารการบิน  Malaysia Airlines หลังจากถึงสนามบินท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ในช่วงบ่ายได้เดินทางต่อด้วยสายการบินภายในประเทศ มุ่งหน้าสู่ที่หมายปลายทางสำหรับวันแรกที่ Sultan Ahmad Shah Airport ที่เมืองกวนตัน เมืองหลวงของรัฐปะหัง รัฐที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของมาเลเซีย

Day 2 : รุ่งเช้าวันที่สองของการเดินทางนิสสัน Go Anywhere เริ่มขึ้น โดยเช้านี้ได้รับเกียรติจาก คุณปีเตอร์ แกลลี รองประธาน สายงานสื่อสารองค์กร นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย และทีมงานจากนิสสัน ประเทศไทย พร้อมทีมงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเอง และรับฟังอธิบายรายละเอียดของเส้นทางการเดินทาง สำหรับวันแรกนี้ได้รถยนต์นิสสัน นาวารา วันนี้เดินทางจากเมืองกวนตัน มุ่งหน้าสู่ กัวลาตรังกานู เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของรัฐตรังกานู ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลจีนใต้ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ห่างจากกัวลาลัมเปอร์ราว 500 กิโลเมตร

544A9112

544A8980

สำหรับวันนี้เรียกได้ว่าวันแรกก็ได้เจอของโหดเลย เป็นการขับขี่ทดสอบบนเส้นทางออฟโรด  ในเส้นทางที่ลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง ในอุทยานแห่งชาติตามันเนอการา อยู่ในเขตรัฐปะหัง รัฐกลันตัน และรัฐตรังกานู ในประเทศมาเลเซีย มีพื้นที่ประมาณ 4,343 ตารางกิโลเมตร หรือ 2,714,375 ไร่ มีอายุกว่า 130 ล้านปี เป็นป่าดิบชื้นที่เก่าแก่มากที่สุดของโลก ทำให้รถยนต์ที่ได้ขับในวันนี้เพิ่มความมั่นใจ ที่จะสามารถผ่านอุปสรรคไปได้ด้วยดี

Retouch_062

รถยนต์นิสสันทั้งสามรุ่นนี้ได้มอบการขับขี่ที่ปลอดภัยตลอดการเดินทางบนสภาพการขับขี่ที่หลากหลาย รวมถึงการใช้ความเร็วบนถนนลาดยาง แสดงความสามารถในการยึดเกาะถนนบนทางโค้งที่แคบ และความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรด แสดงสมรรถะที่แท้จริงจากอัตราเร่งที่ดีของเครื่องยนต์ในรถยนต์แต่ละรุ่นให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการควบคุมรถผ่านอุปสรรคต่างๆ อย่างนุ่มนวล พิสูจน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบบนเส้นทางที่ท้าทายโดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนที่ขรุขระทุรกันดาร

544A9043

986A2743

เมื่อคาราวานขับขี่ในสภาพออฟโรดบนเส้นทางเข้าสู่สภาพป่า ในสภาพเส้นทางที่เต็มไปโคลน เทคโนโลยีอัจฉริยะของนิสสันที่แสดงประสิทธิภาพอย่างชัดเจนคือ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System – TCS) ช่วยควบคุมการหมุนของล้อ เมื่อพบอาการล้อหมุน ซึ่งเทคโนโลยีป้องกันล้อหมุนฟรีนี้ จะช่วยลดความเร็วโดยอัตโนมัติหรือใช้เบรกเพื่อเรียกคืนการยึดเกาะ ทำให้รถอยู่ในการควบคุมและเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และยังเสริมด้วยมาตรวัดการขับขี่บนทางออฟโรด (Off-road Meter) ที่ช่วยแสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญรวมถึงมุมเอียงต่างๆ ในขณะขับขี่แบบออฟโรด

986A2914

544A8992

ในขณะที่ฟังก์ชันการเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนขณะขับขี่ หรือ shift-on-the-fly ยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากสองล้อ (2H) เป็นขับเคลื่อนสี่ล้อ (4H) เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในสภาพถนนที่มีความลื่นไถล นอกจากนี้ในโหมดการขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อที่ความเร็วต่ำ (4LO) ได้ช่วยเสริมกำลังเมื่อเผชิญกับทรายและโคลนที่ลึก ขณะเดินทางข้ามแหล่งน้ำ การขับขึ้นโขดหิน รวมถึงขึ้นและลงจากเนินสูงต่างๆ

หลังจากที่ใช้เวลาเกือบครึ่งวันผจญภัยในอุทยานแห่งชาติตามันเนอการา คณะสื่อมวลชนได้เดินทางต่อไปที่เมืองกัวลาตรังกานู ตลอดการเดินทางสภาพเส้นทางที่หลากหลายรูปแบบ จากที่ผ่านเส้นทางแบบออฟโรด ผ่านเข้าสู่เขตเมืองของกัวลาตรังกานู เมืองที่ค่อนข้างเงียบสงบ และคณะสื่อมวลชนเข้าพักที่ Duyong Marina & Resort  พักผ่อนและเตรียมตัวมุ่งหน้าเดินต่อในวันถัดไป

87959700_10212622449355832_7321635740243197952_o

Retouch_093

หลังจากที่ได้ขับขี่และสัมผัสกับตัวรถมาทั้งวัน ทำให้สัมผัสถึงสมรรถรถนะการขับขี่ที่ดี ระบบนำทางช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถวางแผนการเดินทางในเส้นทางประจำแต่ละวันได้ล่วงหน้าและสามารถนำได้ด้วยเสียงได้ในแบบ turn-by-turn ในทิศทางที่ถูกต้องโดยไม่ต้องใช้แผนที่อื่นๆ เพื่อนำทางไปยังป่าฝนเขตร้อนอันเขียวชอุ่มและเมืองที่น่าสนใจต่างๆ ในมาเลเซีย ระบบนำทางที่สั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะนี้ (Voice Recognition) ยังช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาสถานที่ด้วยการสั่งงานด้วยเสียงได้อีกด้วย

Retouch_136

Retouch_039

Day 3 : เช้าวันที่สามอากาศยามเช้าสดใสที่ประเทศมาเลเซีย เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ทำให้เวลา 6 โมงเช้าของที่นี่ยังมืดอยู่ จะเห็นท้องฟ้ายามเช้าอีกทีราวประมาณ 7 โมงเช้า สำหรับวันนี้การเดินทางของ นิสสัน Go Anywhere กำลังเข้าสู่สุดท้ายปลายทางของประเทศมาเลเซียกันแล้ว โดยเดินทางจากเมืองกัวลาตรังกานู ไปยังเมืองปีนัง ระยะทางสำหรับวันนี้ประมาณ 450 กิโลเมตร

สำหรับวันนี้ได้มีโอกาสขับขี่ นิสสัน เอ็กซ์เทรล รถรถอเนกประสงค์เอสยูวี ที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ โดดเด่นด้วยสีและดีไซน์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัจฉริยะของนิสสัน Nissan Intelligent Mobility ที่รวมไว้ซึ่งฟังก์ชั่นควบคุมเพื่อความมั่นใจทุกสถานการณ์การขับขี่ ป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยอีกระดับของผู้ขับขี่อีกด้วย

Retouch_079

88084837_10212604255020985_7396721058591539200_o

DJI_0044 1 2

รูปแบบการเดินทางของวันนี้ตลอด 450 กิโลเมตร เป็นการเดินทางข้ามระหว่างเมืองกัวลาตรังกานู รัฐตรังกานู ไปยัง จอร์จทาวน์ รัฐปีนัง ลักษณะของเส้นทางวันนี้ส่วนใหญ่เป็นแบบทาลาดชัน สลับทางเขา สภาพการจราจรค่อนข้างหนาแน่นพอสมควร

ยิ่งในการเดินทางบนทางหลวงเป็นระยะทางไกลๆ ผู้ขับขี่สามารถใช้เทคโนโลยีควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control – ICC) ซึ่งจะรักษาระยะห่างตามความเร็วของรถคันหน้าตามที่ตั้งค่าไว้โดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีช่วยลดความเร็วอัตโนมัติ (Intelligent Engine Brake) จะเปลี่ยนเกียร์ลงอย่างนุ่มนวลเมื่อรถคันหน้าชะลอความเร็ว เทคโนโลยีทั้ง 2 อย่างนี้จะช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ตลอดการเดินทาง ซึ่งจะเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีอัจฉริยะเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนในขับขี่บนทางหลวง ทางด่วน หรือในสภาพการจราจรที่หนาแน่น

88253718_10212604252740928_6793456450480898048_o

544A8961

ระหว่างทางมีการพลัดเปลี่ยนการขับขี่ โดยขณะที่ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินไปกับารเชื่อมต่อของ Nissan Connect ได้รวบรวมระบบสำคัญต่างๆ ในรูปแบบดิจิตอลที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดการรบกวนขณะขับขี่ ระบบนำทาง ระบบความบันเทิง และการรักษาความปลอดภัย ให้สามารถใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงระบบอินโฟเทนเมนท์แบบ Alliance In-Vehicle Infotainment (A-IVI) ที่เชื่อมต่อข้อมูลอย่างรวดเร็วกับสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay กับแอพพลิเคชันอื่นๆ ให้สามารถเชื่อมต่อได้ผ่านหน้าจอพร้อมกับระบบเสียงแบบสเตอริโอ สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ฟังเพลงสตรีมมิ่ง กับเพลงที่ชื่นชอบได้มากมายจนทำให้บรรยากาศในการเดินทางไม่รู้สึกไม่น่าเบื่อเลย

544A9401

J1DX2360

986A3214

จนมาถึงช่วงเย็นคณะสื่อมวลชนได้เดินทางมาถึง จอร์จทาวน์ รัฐปีนัง เรียกได้ว่าเป็นการเดินทางที่เข้มข้นมาทั้งวัน ก่อนที่เข้าพักและมีโอกาสได้ชมความสวยงามยามค่ำคืนของจอร์จทาวน์ เมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมหลากหลายเชื้อชาติ ก่อนที่ในวันถัดไปจะเดินทางกลับเข้าประเทศไทย

J1DX2351

Day 4 : สำหรับเช้าวันที่สี่การเดินทางวันสุดท้ายของ นิสสัน Go Anywhere  สำหรับวันนี้เป็นการเดินทางจาก จอร์จทาวน์ รัฐปีนัง ก่อนที่จะข้ามชายแดนด่านสะเดากลับสู่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จากจุดนี้ไประยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร สำหรับวันนี้ได้มีโอกาสขับ นิสสัน เทอร์ร่า รถยนต์อเนกประสงค์เจ็ดที่นั่งที่มาพร้อมลุคใหม่! ชุดแต่ง เอเนอร์เจติกแพ็กเกจ ผสานสมรรถนะเครื่องยนต์ดีเซล 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่ ให้พลังแรงสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ทำให้การเดินทางครั้งนี้ตอบโจทย์อย่างมั่นใจด้วยสมรรถนะที่ดีเยี่ยมตลอดเส้นทาง

J1DX2461

K2

J1DX3367

สู่การลัดเลาะตลอด 160 กิโลเมตร ไปตามขอบชายแดนประเทศมาเลเซีย ผ่านซูไงปตานี เกดะห์ ชังลุน บนทางหลวงหมายเลข AH2 ส่งท้ายที่คณะสื่อมวลชนเดินทางข้ามด่านพรมแดนบูกิตกายูฮิตัม รัฐเคดาห์ และเข้ามาแผ่นดินประเทศไทยที่ด่านพรมแดนสะเดา จังหวัดสงขลา โดยสวัสดิภาพจากนั้นคณะฯ ได้เดินทางกลับกรุงเทพมหานคร โดยสายการบินไทยสมายด์เป็นการปิดทริปการเดินทางที่น่าประทับใจอีกหนึ่งทริปกับ นิสสัน Go Anywhere ตลอด 3 คืน 4 วัน

J1DX4092

และแน่นอนว่าการขับขี่ที่ท้าทายครั้งนี้ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมผัสกับสมรรถนะของนิสสัน เทอร์ร่า นิสสัน นาวารา และนิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีช่วยการขับขี่อัจฉริยะ นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี ที่ยกระดับความปลอดภัย เพิ่มความมั่นใจ และสะดวกสบายตลอดการเดินทาง รถยนต์นิสสันทั้ง 3 รุ่นสามารถให้ประสบการณ์การขับขี่ในมาเลเซียเต็มไปด้วยความมั่นใจ เติมเต็มคำนิยามภายใต้แนวคิดของการขับขี่แบบ “Go Anywhere” หรือ “ลุยได้ทุกที่” ภายใต้วิถีการขับขี่ในทุกเส้นทางของนิสสันอีกด้วย

You may also like
Yakiniku Like ปิ้งย่างสไตล์ Fast Casual แห่งแรกจากญี่ปุ่น ขยายสาขาสองสู่ เมกาบางนา
NT1100 กับดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา คว้า Red Dot Award
Lamborghini Huracán Tecnica เผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย
Propaganda Bar บาร์ลับใจกลางสุขุมวิท สุนทรีย์และความรื่นรมย์ที่ต้องบอกต่อ